[Vintage ]  [review] Mad Cow Burger ร้านเบอร์เกอร์สัญชาติไทย ที่ระห่ำสะใจเต็มคำ By Toni Santos

 
 
 
 
มาค้นหาความระห่ำของ MAD COW  BURGER พร้อมกันครับ !! 
 
 

          วันนี้มาเอาใจคอเบอร์เกอร์กันหน่อยนะครับ มากับเบอร์เกอร์สัญชาติไทย ที่จะประกาศให้รู้ว่า ชาติไทยก็ไม่แพ้ชาติใดในโลก อิอิ ด้วยการรวมตัวของ CEO ระดับเทพ มีดีกรีเป็นถึงสจ๊วตตตตต (อาชีพที่ผู้ชายหลายคนฝันเลย) แต่อีกมุมที่พวกเขาซ่อนอยู่ก็คือ การเป็นเจ้าของร้านเบอร์เกอร์ที่ชื่อว่า  MAD COW ฟังชื่อแล้วดูระห่ำมาก ระห่ำจริงๆครับ

           Madcow เริ่มมาจากคุณต้น(toni) ซึ่งเคยมีประสบการณ์การทำอาหารนานาชาติที่ Sydney อยู่4ปี และคุณตั้ว(santos) ผู้ซึ่งชื่นชอบศิลปะในการทำอาหาร ด้วยอาชีพพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินทำให้ทั้ง 2 คนได้มาเจอกัน และต่างก็มีความฝันเหมือนกัน คือการเป็นเจ้าของธุรกิจอาหาร จึงแชร์ความรู้และประสบการณ์ของกันและกัน คิดค้น ลองผิดลองถูก จนกระทั่งมาลงตัวที่เบอร์เกอร์สูตรพิเศษของ  Madcow

           ส่วนชื่อร้าน MADCOW BURGER  ก็มาจากความชื่นชอบและหลงไหลในความอร่อยของเนื้อวัว ประกอบกับบุคลิกภาพของคุณต้นและคุณตั้ว ที่เป็นคนสนุกสนาน เฮฮา สร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้ลูกค้าเสมอ คำว่า MAD และคำว่า COW จึงแสดงถึงเอกลักษณ์ของทั้งสองคนได้เป็นอย่างดี
 
           นอกจากนี้ยังมีสมาชิกอีก 3 คนที่คอยเป็นแรงสนับสนุนตั้งแต่ยังไม่มีร้าน madcow คือคุณเต๋ ผู้ชายร่างยักษ์ ที่มาพร้อมกับพลังที่เต็มเปี่ยมความขยันขันแข็งและความรักในการทำอาหาร คุณติ๊(takeni) เป็นคนที่มีความระเอียดถี่ถ้วนที่สุดคอยมองหาข้อผิดพลาดและวางแผนอยู่ตลอดเวลา คุณตั๊น (santos) ผู้มองหาความเป็นอิสระจากงานประจำจึงก้าวกระโดดเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของmadcow อย่างเต็มตัว ด้วยความสามารถในด้านการเจรจาต่อรองและสามารถดูแลทุกอย่างในร้านได้เป็นอย่างดี ทั้งหมดนี้เป็นผู้เติมเต็มให้กับ Madcow burger ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด "Mad Cow Burger By Toni Santos"
           
           MAD COW  แปลว่า วัวบ้า แต่ความบ้าครั้งนี้คือความไฟแรงของร้าน ที่มีจุดเด่นในหลายด้านครับ ซึ่งร้าน MAD COW  พิกัดอยู่ที่ตลาดหัวมุม เส้นเกษตร-นวมินทร์ หลายๆคนคงเคยผ่านครับ และร้าน MAD COW  ก็ เป็น Food Truck ที่บ่งบอกถึงความระห่ำได้ใจเลยครับ เดี๋ยวเรามาดูกันเลยครับ
 
 
 
วันนี้กระผมมารีวิวเบอร์เกอร์ 2 แบบ ก็มี
1.MAD COW  Burger ( เบอร์เกอร์อันนี้เป็น Signature ของร้านเลยครับ )
2.PORK BURGER ( เบอร์เกอร์หมู )
ฟังชื่ออาจจะทำธรรมดา แต่เมื่อเจอเบอร์เกอร์แล้วจะร้องอู้หู้วววว เลยครับ
 


{ มาดู signature ของร้านก่อนเลยดีกว่า กับ MAD COW  Burger }
 

            MAD COW  BURGER  ของกระผม ผมเลือกเนื้อสัตว์เป็นเนื้อหมูครับ ส่วนแป้งใช้แป้งโฮลวีท จะมีรสออกหวานนิดๆครับ อร่อยโดนใจดีครับ แป้งเบอร์เกอร์เป็นสูตรของร้านเองนะครับ พอได้กินแล้วจะรู้รสชาติเลยว่ามาจาก MAD COW        
            ส่วนเนื้อหมูตัว MAD COW  BURGER  ก็บอกไปละนะครับว่าเป็น signature ของร้านเลย ความพิเศษก็คือใช้เนื้อหมู 150g หนามากครับ ซึ่งในเนื้อหมูก็ได้ฝังชีสลงไปด้วย ส่วนเนื้อหมูจะใช้เวลาทำนานกว่าเนื้อวัว เพราะเนื้อหมูต้องทำให้สุกทั้งด้านในและด้านนอกครับ 
 

พอได้กัดอยากบอกว่า โอโห้ๆๆๆ แน่นเปี๊ยดดด รสชาติกลมกล่อม ซอสนี้ก็สูตรพิเศษจากทางร้านด้วย 


ชีสเป็นชิ้นๆบนหมูนุ่มๆ



ขั้นตอนการทำ เนื้อหมูเราเอาคลิปมาฝากด้วยครับ







เป็นไงครับระห่ำสมคำล่ำลือ
  
 
 
                ทุกเมนูก็จะมีเบคอนอยู่ในเบอร์เกอร์นั้นด้วย ซึ่งเบคอนนี้ก็จะกรอบอร่อยเลยครับ ส่วนผักกาดแก้วก็นำมาจากโครงการหลวงด้วย พอกินเข้าไปกรอบดีเลยครับ สดดี ส่วนเรื่องของชีสไม่พูดถึงไม่ได้ ชีสตอนกัดยืดยาวสุดๆครับ รสชาติดีมันๆเลย
  




มาต่อกันเลยนะครับ
*** เบอร์เกอร์ชิ้นที่ 2 คือ PORK BURGER เบอร์เกอร์หมู อู๊ดดดดดด ***




 
                เบอร์เกอร์ชิ้นนี้จะใช้หมู 100g หมูที่ร้านนี้จะใช้ส่วนแก้ม เพราะส่วนแก้มของหมูจะเป็นส่วนที่นิ่มมากกกก แล้วก็จะมีมันน้อย ทำให้ได้เนื้อเต็มๆครับหมูปริมานณ 100g ก็ทำให้รู้สึกอิ่มไปยาวๆ มากับเครื่องเคียยงที่แน่นเช่นเดิมครับ 

               ส่วนของแป้งก็เป็นแป้งชาโคลสีดำนะครับ นิ่มมากครับ ออกรสหวานนิดๆเหมือนกันโฮลวีทครับ แต่ถ้าใครชอบนิ่มๆก็ชาโคลครับ กัดง่ายด้วย
  



เห็นความแน่นของ PORK BURGER มั้ยครับ
            ผักที่ช่วยส่งความหอมของเบอร์เกอร์ ก็คือ หอมผัด ที่ส่งความหอมทั้งก่อนกินและในเวลาที่กิน สุดไปเลยเลย

 

เบคอนเน้นๆ กรอบๆ มันๆ หู้ววววว ^_^



เดี๋ยวเรามาดูบรรยากาศร้านนะครับ







 
            ร้านก็มีเอกลักษณ์ชัดเจนนะครับ เป็นรถสีดำ ป้ายใหญ่เห็นชัดเจน ส่วนการบิ้วอารมณ์ของที่ร้านก็จะเปิดเพลงในสไตล์ EDM แดนซ์ๆ เลย อิอิ ก็บอกแล้วร้านนี้ไฟแรงครับ โซนในการกินก็มีหน้าร้านครับเป็นบาร์ แล้วก็อีก 2 โต๊ะข้างๆ ชิวดีครับ



            ด้วยความที่ไฟแรงร้อนระอุ ก็มาความกับความเด่นของเชฟอีกด้วย ทำเบอร์เกอร์ไปใส่แว่นมีไฟด้วย ตื๊ดกันได้เลย



พิกัดร้านอยู่ที่ ตลาดหัวมุม ถนน เกษตร-นวมินทร์ ตอม่อ 351 ร้านเปิดวันอังคาร-วันอาทิตย์
ต้องไปลองสักหน่อยแล้ว ฟิ้ววววว
Created date : 23-06-2016
Updated date : 28-06-2016
Post by : GUGUN

- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles