[Mother and Baby ]  [article] กว่าจะเป็นเด็กนมแม่ ตอนที่ 1 (Breastfeeding Episode 1)

 
 
 
อนนี้กระแสนมแม่มาแรงมาก  มั่นใจว่าแม่ๆที่ตั้งครรภ์ใกล้คลอดต้องมีความคาดหวังกับตัวเองว่า ลูกเราก็ต้องเป็นเด็กนมแม่
ถ้าแม่ๆคนอื่นทำได้  
"เราก็ต้องทำได้สิ"

เกดก็เป็นหนึ่งคนที่เคยคิด (ง่ายๆ) แบบนั้น
เป็นคนชอบอ่านคะ ศึกษามาเยอะว่า พอน้องเกิด ไม่ควรทานน้ำ ห้ามทานนมผงชง เพราะไม่อย่างนั้นน้องจะอิ่มและจะไม่มาดูดกระตุ้นนมแม่ น้องจะร้องอย่างไรก็ไม่เป็นไร เพราะในช่วงแรกน้องจะสามารถอยู่ได้โดยที่ยังไม่ต้องทานนมแม่เพราะมีอาหารสะสมมาตั้งแต่อยู่ในครรภ์
 

แปะๆๆๆ รูปน้องตอนแรกเกิดคะ น่ารักน่าชังใช่ปะละ??? นี่แม่ยิ่งฮึด "สู้เว้ยยย"

ตอนแรกคิดว่า สิ่งที่ต้องทำใจและหนักใจ คือจะทนเสียงร้องไห้ของลูกเราไหวมั้ย?
แต่เปล่าเลยคะ เตือนก่อนเลยนะคะ สิ่งที่กดดันและต้องทนมากกว่า คือคำพูดจากคนรอบข้างคะ จากอาม่า อากง อาอี้หรือผู้ใหญ่คนสนิท
เราต้องทำความเข้าใจคะว่า
หนึ่ง  ยุคเค้าเป็นยุคนมผงจงเจริญคะ เราๆก็โตกันมาได้ด้วยนมผง ทำไมยุคสมัยเราต้องมาฮิต (hit) ตามกระแสดื่มนมแม่??
สอง  เค้าเป็นอาม่า อากงนะคะ เค้าทำใจไม่ได้ ที่จะเห็นหรือได้ยินเสียงหลานร้องไห้ 
กรณี
เกด ลูกชายเป็นหลานชายคนแรกคะ อย่างฝั่งแม่ตัวเอง เป็นหลานคนแรกเลย เห็นน้ำตาไหลจากเด็กน้อยทารกตัวแดงๆ ยิ่งทำใจไม่ได้หรอกคะ

าเกกอ่า ให้ลูกลื้อดื่มน้ำหน่อยนะ ไม่เป็นไรหรอก  ทำไมต้องทรมานอีขนาดนี้ ทำไมลื้อถึงเป็นอย่างนี้”
กินน้ำหน่อยได้มั้ย แม่กลับหล่ะ ไม่อยากได้ยินเสียงหลานร้อง”
  

น่านนนน...โดนทิ้งอีก  แต่ก็อดทนคะ ไม่ยอมให้ลูกทานอะไรเลยนอกจากพยายามดูดนมแม่
แจ้งทาง Nursery ว่าให้พาน้องมาดูดกระตุ้นนมแม่หลังคลอดทันที และให้พามาเข้าเต้าทุกๆ 2-3 ชั่วโมง เหนื่อยจากการผ่าตัดก็ต้องทนคะ เพราะอยากจะมีนมให้ลูกดื่มเร็วๆ
 
แต่แล้วปัญหาที่ใหญ่กว่าเสียงคนรอบข้าง อย่างแรกก็เกิดขึ้น

 
“หัวนมแตกคะ”

จริงๆแล้วตอนนั้นไม่รู้หรอกว่า หัวนมแตกเป็นอย่างไร แต่พอมานึกย้อนหลังแล้วเลยรู้ว่าแตกตั้งแต่วันที่ 3 ของการให้นม ใครไม่เคยไม่รู้หรอกว่าทรมานขนาดไหน 
เกดก็พยายามเรียนรู้ทุกท่า ให้พี่ Nursery ช่วยในการจับท่าที่ถูกต้อง (ขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อโรงพยาบาลนะคะ)
พอบอกว่าเจ็บมากเลยคะ เค้าบอกว่า อ้อเป็นเพราะว่าน้องดูดไม่ถูกท่า มุมเข้าไม่ได้องศา
เอ้า….จับกันใหม่ ไม่เคยรู้เลยว่าการให้นมมันช่างทรมานขนาดนี้  
 
เกดทนคะ (ส่วนตัวเป็นคนชอบความเจ็บปวด....555) พอออกจากโรงพยาบาลก็ทนไป  ร้องไห้ทุกครั้งที่ต้องให้นมน้อง  ร้องอย่างทรมาน น้ำตาไหลพรากๆ คลอดลูกว่าเจ็บแล้ว
ให้นมลูกเจ็บโคตรรรรรรรรกว่าอีก

และแล้ว….พอกลับไปหาหมอครบ 1 สัปดาห์หลังจากกลับบ้านพบว่า น้องน้ำหนักไม่ขึ้นตามเกณฑ์ และที่สำคัญคือ เจาะเลือดไปตรวจแล้ว “มีอาการตัวเหลือง” ค่อนข้างแรง ต้องนอนค้างคืนโดนส่องไฟ

หูอื้อคะ ณ จุดนั้น

วิ้ง....ๆๆๆ.....

คือ งงๆ ว่าทำอะไรผิด? ก็พยายามให้น้องทานนมทุกๆ 2 ชั่วโมง ทนเจ็บแทบตาย ทำไมถึงมีอาการตัวเหลือง? ตอนนั้นหมอพยายามอธิบายว่า อาการของน้องคือตัวเหลืองที่เกี่ยวข้องกับการได้รับนมแม่ไม่เพียงพอเนื่องจากการสะสมของสารบิลิรูบิน (Bilirubin) ในกระแสเลือด หรือที่เรียกว่า   

 
“Breastfeeding Jaundice”


>>อะไรคือ สารบิลิรูบิน (Bilirubin)?
สารบิลิรูบินนี้คือเม็ดสีเหลืองที่เกิดจากการแตกตัวของเม็ดเลือดแดงที่หมดอายุ โดยทั่วไปสารบิลิรูบินจะถูกเผาผลาญโดยเอนไซม์ (Enzyme) ของตับ  กำจัดออกทางลำไส้  และขับออกมาทางอุจจาระ/ปัสสาวะ
ในเด็กแรกเกิดปกติจะมีการสร้างสารบิลิรูบินมากกว่าผู้ใหญ่  เนื่องจากเม็ดเลือดแดงมีอายุสั้นกว่าผู้ใหญ่  ทำให้มีการแตกตัวจำนวนมากกว่า อีกทั้งตับของเด็กยังทำงานไม่สมบูรณ์ ทำให้พบภาวะตัวเหลืองได้บ่อยในเด็กแรกเกิด

>>ทำไมถึงเกี่ยวกับนมแม่?
คือกรณีที่น้องได้รับนมไม่เพียงพอ น้องอาจจะได้รับแค่นมส่วนหน้า ไม่ได้รับนมส่วนหลังทีมีปริมาณของไขมันเยอะกว่า ทำให้น้ำหนักไม่ขึ้นตามเกณฑ์ (+ 10% ของน้ำหนักแรกเกิด) และจึงทำให้กระบวนการขับสารบิลิรูบินออกมาจากร่างกายนั้นไม่ปกติ

 >>แล้วตัวเหลืองมีปัญหาอย่างไร?
ภาวะที่ระดับของบิลิรูบินในกระเสเลือดมากไป ก็จะทำให้สารนี้เข้าไปที่สมองของลูก ทำลายเซลล์ประสาท จนเกิดอาการซึมหรือเกร็งในระยะแรก ตลอดจนอาจจะมีผลกระทบต่อการได้ยินของเด็ก หรือปัญญาอ่อนในระยะหลังๆได้

>>รักษาอย่างไร
กรณีของลูกเกด ต้องนอนค้าง 1 คืน ถูกส่องไฟจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ (Fluorescent Lamp) ชนิดพิเศษ (Special blue light) (ตามภาพข้างล่าง) น้องต้องถูกถอดเสื้อผ้าและนอนปิดตา สารบิลิรูบินจะถูกเปลี่ยนเป็นชนิดที่ละลายน้ำได้ และถูกขับออกจากร่างกาย ผ่านทางอุจจาระ หรือปัสสาวะ
 

รูปนี้เอามาจาก Google นะคะ ไม่ใช่รูปของลูกเกด (Photo Credit Jusas/iStock/GettyImages)


มื่อรู้ว่าลูกเราก็เป็นหนึ่งในนั้น
 
>>อาการของคนเป็นแม่
น้ำตาไหลพรากคะ ในตอนนั้นข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่กล่าวมาไม่ได้เข้าสมองนะคะ สติไม่มา คิดเพียงแต่ว่า ทำไมต้องเป็นลูกชั้น? เพิ่งอายุครบ 10 วันเอง แม่ทำอะไรผิดเหรอ? ทำไมชั้นถึงเป็นแม่ที่ไม่ดีแบบนี้? แม่ขอโทษนะลูก 
ได้แต่โทษตัวเอง ไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น ก็พยายามให้นมอยู่ทุกๆวัน ทุกๆ 2-3 ชั่วโมง ตามตำราเป๊ะๆ

ถามว่า ได้สังเกตุว่าน้องมีอาการตัวเหลืองหรือไม่ อาม่าเห็นนะคะ เพราะมันเริ่มเข้าที่ตาขาวเค้าแล้ว แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะอาจจะเป็นแสงไฟที่บ้าน  น้องก็ไม่ได้มีอาการซึม  ยังร้องอยากทานนมอยู่เลย ไม่ได้นอนยาวแบบเงียบๆ
ตัว
เกดยังผวาทุกครั้งที่ให้นมเลยคะ เพราะว่าตอนนั้นอย่างที่บอก ยังหัวนมแตกอยู่ (โดยที่ไม่รู้ว่าแตก) แต่ก็ยังพยายามตลอด  ทั้งคุณหมอและพี่ๆนางพยาบาลก็บอกว่า น้ำนมมาเยอะแล้ว แต่ทำไมน้องถึงได้รับนมไม่เพียงพอ ก็ยังเป็นคำถาม ณ ตอนนั้น
 
ก็กลับบ้านไป ปั๊มนมไปตามที่พี่ๆนางพยาบาลบอก (โดยไม่รู้ว่า วิธีที่ถูกต้องคืออะไร ไว้เดี๋ยวมาเล่าในตอนต่อๆไปนะคะ)
แต่ก็ได้โทรไปปรึกษาพี่ที่สนิท เค้าก็เล่าว่า เกิดกับลูกเพื่อนเค้า เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่สิ่งที่ต้องทำใจคือ ผิวลูกจะเกรียมนิดๆจากการส่องไฟ และตัวจะยังคงเหลืองอยู่ซักระยะ
ตอนนั้นก็ยังคิดไม่ออกว่า ตัวเกรียมเป็นไงหว่า ….
 
วันรุ่งขึ้นก็ไปรับลูก เจอเลยคะ ผิวบางๆของน้อง ออกแดงๆเกรียมๆ หยาบๆ 
ลูกเอ๋ย.... สีผสมจริงๆ แดงๆเหลืองๆเกรียมๆ ตัวร้อนๆ 


Photo Caption: รูปนี้แอบฮาาาา.... จริงๆน้องเป็นเด็กอารมณ์ดีนะคะ (ตอนท้องอิ่ม นอนพอ) 
55555... คือภาพนี้เห็นตาของน้องที่ออกเหลืองค่อนข้างชัด + ผิวที่ออกแดงๆเกรียมๆ
(รูปแรกคลอด กับรูปนี้ช่างแตกต่างนะคะ 55555)

หมอตรวจดูอีกที ก็พบว่าระดับสารสีเหลืองของน้องนั้นลดลงแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามผลต่อไป
ให้นมผงมา 1 กระป๋อง บอกว่าต้องทำน้ำหนักน้องและน้องต้องทานนมผงชงเพื่อที่จะได้ขับสารออกจากร่างกายได้เพียงพอ
 
เกดทำอย่างไรเหรอคะ?? เปลี่ยนโรงพยาบาลเลยคะ หาข้อมูลและเลือกคุณหมอใหม่
เพราะตอนก่อนคลอดน้องไม่ได้หาข้อมูลคุณหมอเด็ก คิดว่าคงจะเป็นหมอท่านไหนก็ได้
เพราะลูกเราคงไม่เป็นอะไรมาก (โลกสวยมากๆ แนะนำคุณแม่มือใหม่นะคะ หาข้อมูลคุณหมอลูกเตรียมเลยคะ)
 
เมื่อเปลี่ยนโรงพยาบาล หมอเด็กท่านนี้ได้ตรวจดูลูกอีกที แล้วก็ยืนยันว่า การส่องไฟช่วยให้ระดับบิลิรูบินในเลือดนั้นน้อยลง แต่ว่าต้องคอยติดตามผลอีกที

**สิ่งที่ทำได้คือ ให้น้องนอนตากแดด โดยที่ไม่ต้องใส่เสื้อผ้า ประมาณ 15 นาที 3-4 ครั้งต่อวัน แต่ยังคงให้นมแม่ต่อไปได้**

ลองเข้าดู clip youtube อันนี้นะคะ ตัวอย่างการนอนตากแดดของเด็กทารก https://www.youtube.com/watch?v=_hPx7wroy0g

 
"...เกือบจะเป็นเด็กนมผงไปแล้วสิลูกเอ๋ย….."
 

เอาหล่ะคะ ขอจบกว่าจะเป็นเด็กนมแม่ ตอนที่ 1 (Breastfeeding Episode 1) ก่อนนะคะ
คราวหน้าจะมาเล่าต่อเรื่องประสบการณ์ให้นมแม่ที่มันส์ แบบทรมานนิดๆนะคะ

สรุปสิ่งที่สำคัญ (Recap)
-  Breastfeeding Jaundice ภาวะเด็กทารกตัวเหลือง เนื่องจากได้รับนมแม่ไม่เพียงพอในการที่จะช่วยขับสารบิลิรูบิน (Bilirubin) ในกระแสเลือด
-  เตรียมหาข้อมูลเกี่ยวกับหมอเด็กก่อนคลอด
 
ขอบคุณข้อมูลจาก
Haamor.com และ Breastfeedingthai.com

#MomPreneur  #GadeMomPreneur

ติดตามกันเพิ่มเติมที่
www.facebook.com/MompreneurByGade

 
Post by : momprenuer

พักจากงานควบคุมคุณภาพการผลิตยา มาดูแลคุณภาพชีวิต และเป็น…. A Mompreneur who has just realized that “my life had just began when I had the baby” “ลูกคือจุดเริ่มต้นของชีวิต” #GadeMompreneur  #GadeParentingStyle

ติดตามกันเพิ่มเติมที่
www.facebook.com/MompreneurByGade


- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles